ข่าวและประกาศ

24 มิถุนายน 2561 ครบรอบ 78 ปี วันสถาปนาโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ

 
Picture of Admin User
24 มิถุนายน 2561 ครบรอบ 78 ปี วันสถาปนาโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ
by Admin User - Tuesday, 26 June 2018, 9:06 AM
 

**ประวัติโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ**

ในปีพุทธศักราช 2480 กรมรถไฟในสมัยที่ พลเอก จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดี ได้ดำริห์เห็นว่า ผู้ที่จะเข้าปฏิบัติงานรถไฟโดยดำรงตำแหน่งหน้าที่ซึ่งต้องใช้วิทยาการโดยเฉพาะจำเป็นจะต้อง ผ่านการศึกษาอบรมวิชาการรถไฟขั้นต้น เพื่อให้ได้รับความรู้ ความชำนาญทั้งในหลักวิชาและการปฏิบัติ อันจะช่วยให้มีพื้นความรู้เป็นหลักในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ ให้เป็นผลดีสืบไปเสียก่อนประการหนึ่ง กับอีกประการหนึ่งประสงค์จะช่วยอนุเคราะห์ ครฟ. ที่ปฏิบัติงานอยู่ในท้องถิ่นส่วนภูมิภาคได้มีโอกาสส่งบุตรเข้ารับการศึกษาวิชาการรถไฟ เพื่อเป็นการดำเนินอาชีพเจริญรอยตามแนวบรรพบุรุษของตน แต่ในขณะนั้นยังไม่มีสถานศึกษาวิชาการรถไฟโดยเฉพาะในประเทศไทย จึงได้พิจารณาดำเนินการจัดสร้างสถานศึกษาดังกล่าวขึ้น ณ บริเวณที่ว่างด้านหน้าของโรงงานมักกะสันและให้นามสถานศึกษานี้ว่า “โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ” การก่อสร้างได้ดำเนินการอยู่เป็นเวลา 3 ปี จึงสำเร็จเรียบร้อย สิ้นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 56,181.38 บาท ความสำเร็จในการจัดตั้งสถานศึกษาวิชาการรถไฟแห่งนี้ ได้รับความร่วมมือและช่วยเหลือจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยช่วยออกค่าก่อสร้างเป็นเงิน 7,500 บาท และค่าถาวรวัตถุประจำโรงเรียน เช่น โต๊ะครู กระดานดำ ฯลฯ เป็นเงิน 1,220 บาท กับยังได้จ่ายเงินอุดหนุนให้อีกเป็นเงินปีละ 3,000 บาท มีกำหนด 3 ปี เมื่อพ้นกำหนด 3 ปีแล้ว กระทรวงการคลังได้อนุมัติให้กรมรถไฟตั้งงบประมาณไว้ใช้จ่ายเป็นเงินปีละ 10,000 บาท นอกจากนี้บรรดา ครฟ.ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคยังได้มีส่วนช่วยเหลือบริจาคทุนทรัพย์ส่วนตัวเข้าร่วมสมทบกับทางราชการอีกทางหนึ่งด้วย เมื่อการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย ทางราชการได้กำหนดวันเปิดสถานที่ ในวันชาติที่ 24 มิถุนายน 2483 เวลา 15.00 น.โดย พลเอก จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐการและอธิบดีกรมรถไฟ เป็นผู้แทน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี กระทำพิธีเปิดผ้าคลุมป้ายนาม “โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ” ท่ามกลางข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกรมรถไฟ อันมีวิศวกรใหญ่ฝ่ายการช่างกลเป็นหัวหน้า โรงเรียนได้เริ่มเปิดสอนนักเรียนเป็นปฐมฤกษ์ ตั้งแต่วันพุธที่ 10 กรกฎาคม 2483 เป็นต้นมา รวม 3 แผนกด้วยกัน คือ แผนกช่างกล แผนกช่างโยธา แผนกเดินรถ แต่ละแผนกสอนวิชาหลักที่เกี่ยวกับฝ่ายนั้นๆเป็นส่วนใหญ่ โดยมีนายสะอาด มีชูธน เป็นอาจารย์ใหญ่คนแรก ยุคแรกที่เปิดกิจการของโรงเรียนขึ้นอยู่ในความปกครองของฝ่ายการช่างกล มีคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนประกอบด้วยวิศวกรใหญ่ฝ่ายการช่างกลเป็นประธาน เจ้าหน้าที่ชั้นผ็ใหญ่ที่ทรงคุณวุฒิในฝ่ายต่างๆ ซึ่งอธิบดีกรมรถไฟได้แต่งตั้งร่วมเป็นกรรมการอีก 7 ท่าน ครั้นต่อมาเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2488 ทางการได้ปรับปรุงการศึกษาให้ดำเนินไปตามวัตถุประสงค์และเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยได้ยกฐานะโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ ขึ้นเป็นองค์กรอิสระสังกัดอยู่กับฝ่ายธุรการ มีคณะกรรมการจัดการศึกษาตลอดจนรับปรึกษา หารือ กิจการต่างๆของโรงเรียน ประกอบด้วยอธิบดีกรมรถไฟเป็นประธานผู้อำนวยการฝ่ายต่างๆ และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งกรมรถไฟเห็นสมควรแต่งตั้งเป็นกรรมการร่วม ส่วนการบริหารภายในโรงเรียนอยู่ในความควบคุมดำเนินการของอาจารย์ใหญ่ เมื่อ”กรมรถไฟ” แยกออกมาเป็นเอกเทศเปลี่ยนฐานะเป็น “การรถไฟแห่งประเทศไทย”แล้ว ได้พิจารณาเห็นว่าในฐานะที่ การรถไฟฯ เป็นกิจการอุตสาหกรรมสาธารณูปโภค เมื่ออนุโลมตามหลักสากลนิยมแล้วก็ย่อมมีหน้าที่จะต้องดำเนินการฝึกฝนอบรมให้การศึกษาแก่ผู้ปฏิบัติงาน(Staff Training and Education) เพื่อประสิทธิภาพของกิจการรถไฟเป็นส่วนรวมภายใต้วัตถุประสงค์ ซึ่งพอจะสรุปได้รวม 6 ประการ คือ.- 1.เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกระทำหน้าที่ของตนได้ ด้วยสมรรถภาพและความปลอดภัย ทั้งมีความชื่นชมพอใจในงานนั้นๆ 2.เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีความสนใจและภูมิใจในหน้าที่ของตน 3.เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีน้ำใจจงรักภักดีต่อกิจการรถไฟตลอดเวลา 4.เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเพียบพร้อมไปด้วย สมรรถภาพ ความฉับไวต่อหน้าที่ และความเอาใจใส่ต่อการงานให้ทันสมัยอยู่เสมอ 5.เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีโอกาสได้แสวงหาวิชาความรู้ และฝีมือตามความจำป็นสำหรับการเลื่อนฐานะในหน้าที่การงาน 6.เพื่อให้มีผู้ปฏิบัติงานที่ผ่านการศึกษาอบรมเป็นอย่างดีมาแล้ว สำรองไว้สำหรับแต่งตั้งเข้ารับผิดชอบในตำแหน่งที่สูงกว่าขึ้นไปได้อย่างเหมาะสมทันที จึงได้รวบรวมโครงการขยายกิจการโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟขึ้นเป็นกอง ตลอดจนวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้นเสนอคณะกรรมการรถไฟฯ คณะกรรมการรถไฟฯ ได้พิจารณาในและที่สุดได้ออกข้อบังคับฉบับที่ 20 ยกฐานะกิจการของโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟขึ้นเป็นกองตามที่การรถไฟฯเสนอ เรียกว่า “กองการศึกษาการรถไฟ” ตั้งแต่วันที่ 01 พฤษภาคม 2497 มีหัวหน้ากองเป็นผู้ควบคุมรับผิดชอบการปฏิบัติงาน แบ่งส่วนบริหารย่อยลงไปเป็นแผนกรวม 5 แผนก ได้แก่ แผนกธุรกิจและการเงิน แผนกวิทยาการช่างโยธาและก่อสร้าง แผนกวิทยาการช่างกล แผนกวิทยาการเดินรถ แผนกวิทยการบัญชี ที่กล่าวมาข้างต้น แม้จะสรุปโดยย่อ แต่ก็พอจะแสดงให้เห็นได้ว่าในระยะเวลาที่ผ่านมา การดำเนินกิจการของโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ ได้วิวัฒนาการเจริญก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับตลอดมา ทั้งนี้ย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่าสถานศึกษาวิชาการรถไฟแห่งนี้มีความสำคัญอยู่คู่กับกิจการรถไฟของประเทศไทยมิใช่น้อย เพราะนอกจากจะเป็นสถานผลิตผู้ปฏิบัติงานที่มีสมรรถภาพให้แก่การรถไฟฯแล้ว ยังอาจกล่าวได้ว่า สถานศึกษาแห่งนี้เป็นอนุสาวรีย์ที่ระลึกตรึงตราของ ครฟ. ทั้งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อตั้ง และที่ได้รับการศึกษาวิชาการรถไฟไปจากสถานการศึกษาแห่งนี้อยู่ตลอดไปชั่วกัลปาวสาน... ปัจจุบันโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ มีนักเรียนที่จบการศึกษาจากโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ ทั้งหมดกว่า 6,400 คน (59 รุ่น) ส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในฝ่ายหลักของการรถไฟแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย ฝ่ายการช่างกล ฝ่ายการเดินรถ ฝ่ายการช่างโยธา ฝ่ายอาณัติสัญญาณฯ และได้มีการปรับปรุงหลักสูตรเป็นระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) โดยรับผู้ที่จบการศึกษาระดับ ปวช.หลักสูตร 3 ปี สอบเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ 2 ปี โดยในขณะนี้มีนักเรียนวิศวกรรมรถไฟ รุ่นที่ 61 กำลังขึ้นชั้นปีที่ 2 และนักเรียนวิศวกรรมรถไฟ รุ่นที่ 62 กำลังจะเข้าศึกษาในชั้นปีที่ 1


1

2

3

4

ภาพข่าวจากเพจ โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ